นักเรียนโรงเรียนนานาชาติอังกฤษแห่งภาคเหนือจังหวัดลำปางเจ๋ง เตรียมเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยมาซ่า (MAHSA University)

การศึกษาถือว่าเป็นสิ่งสำคัญของทุกคนไม่ว่าจะยากดีมีจน จำเป็นอย่างยิ่งต้องศึกษาหาความรู้เพื่ออนาคตของตัวเอง สถานศึกษาถือว่าสำคัญและเป็นโอกาสของแต่ละคนที่จะไขว่คว้า แต่ด้วยความขยัน หมั่นเพียรในการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุดทำให้ “ธิปก บริบูรณ์” นักเรียนของโรงเรียนนานาชาติอังกฤษแห่งภาคเหนือ ที่ได้รับการตอบรับเข้าศึกษาต่อที่คณะแพทยศาสตร์ (เรียนเป็นภาษาอังกฤษ) มหาวิทยาลัยมาซ่า (MAHSA University) ณ แคมปัสกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแพทย์ที่มีชื่อเสียงมากของเอเชีย

“ธิปก บริบูรณ์” เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตั้งแต่ตอนเด็กๆ ผมเป็นคนเรียนไม่เก่ง อาจเป็นเพราะแรงกดดันจากการถูกเข้มงวด ทำให้เกิดการต่อต้าน ของคุณพ่อ คุณแม่ เริ่มเข้าใจและปล่อยให้ผมมีความอิสระในด้านความคิด ทำให้การเรียนเกิดความเปลี่ยนแปลงตอนมัธยมปีที่ 1 เริ่มเป็นคนรับผิดชอบเรื่องการเรียนจากที่ได้คะแนนไมดี ก็ดีขึ้นเรื่อยๆจนดีที่สุดของห้อง หากมีกรอบเกณฑ์ เข้มงวด ผลจะได้ออกมาไม่ดี แต่เมื่อปล่อยให้คิดเองทำเอง เราทำเพราะเราอยากทำ ผลมันดีกว่าที่คาด ซึ่งเป็นไปตามคุณพ่อบอกว่า สิ่งที่เราสนใจเราทำให้มันที่สุดโดยไม่ต้องมีใครบังคับ ผลตอบรับดีเกินคาด ซึ่งผมเอง รู้สึกสนุกและมีความสุข ในการเรียนมาก ส่งผลให้คะแนนดีขึ้น ในความคิดของผมนั้น คะแนนวิชาเรียนผมไม่เคยคาดหวังให้มันได้เยอะ คะแนนสอบ ถึงจะได้น้อยเท่าไหร่อย่าไปใส่ใจกับมัน เพราะว่ามันคือการทดสอบ มันคือการทดสอบความรู้ที่เราเรียนมาทั้งหมดจนได้ความรู้เก็บมาได้มาเท่าไหร่ และเราสามารถไปต่อได้หรือไม่ เมื่อมาศึกษาโรงเรียนนานาชาติอังกฤษแห่งภาคเหนือจังหวัดลำปาง
คะแนนที่ไม่ค่อยดีในการเรียนสายธุรกิจเท่าไหร่ คิดว่าไม่น่าจะถนัดในสายนี้ แต่ด้วยแรงบันดาลใจเนื่องจากคุณแม่เป็นพยาบาลได้รับคำเสนอแนะจากคุณหมอ ผมได้เล่าความฝันของผมให้คุณหมอฟัง คุณหมอบอกว่าเรื่องนี้ดีเรายังไม่เคยมี วิจัย ค้นคว้าทดลอง ถ้าทำได้จะเป็นคนแรกๆ เพื่อการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ ก็เป็นได้ จึงตัดสินใจตอบรับเข้าศึกษาต่อที่คณะแพทยศาสตร์ (เรียนเป็นภาษาอังกฤษ) มหาวิทยาลัยมาซ่า (MAHSA University) ณ แคมปัสกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ขณะนี้กำลังเรียนพื้นฐานเรื่องแพทย์ Basic ก่อนตนตั้งใจจะเลือกการเรียนวิศวกรรมด้านการทางแพทย์ ด้านวิจัยเรื่องระบบประสาทให้เข้ากับตัวเครื่องจักร แต่ในอนาคตความคิดอาจเปลี่ยนอาจจะสนใจอย่างอื่น เช่นอาจจะสนใจเรื่องผิวหนัง การฉายรังสี เรื่องแบคทีเรีย ด้านศัลยกรรม

“วันนี้ ผมคิดว่าเราเป็นทำหน้าที่ของเรา ในการเรียนตามพื้นฐาน ให้ได้ก่อนแล้วค่อยๆ ค้นหาตัวเอง แต่อย่างน้อยเราต้องมีเป้าหมายไว้ก่อนว่าเราจะไปทางวิศวกรรมทางการแพทย์ เราจะได้มุ่งเน้น ในการศึกษา เพื่อนผมอยากเป็นแนวศิลปะ เขาไม่ได้ทำในสิ่งที่ชอบ เพราะติดค่านิยมต่างๆ ทั้งทางครอบครัวและสังคม ผมค่อนข้างผิดหวังเรื่องความคิดของการเรียนของไทย ในระบบอาชีวศึกษา คิดว่าคนไทยมาถูกทางแล้ว ก็คือเรียนและฝึกอาชีพโดยตรง เด็กมีความสามารถที่จะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ได้ไม่ใช่แค่เรียนรู้ไปแล้วไม่ได้ใช้อะไร
“มีความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด”ไปดูต่างประเทศอาชีวะต่างประเทศได้งาน 100% ผมเคยทราบว่ามีการสอนการช่างโดยตรงเด็กๆ ตั้งแต่ 10 ขวบได้ทำการเรียนและทดสอบกับเครื่องยนต์จริง ในปัจจุบันของผมการที่เด็กจะได้เรียนรู้ที่แท้จริงเพื่อจะได้เจอกับตัวเอง มาเจอของจริงปฏิบัติจริง จึงจะเข้าใจ ผมต้องเรียนรู้ทดสอบอะไรหลายอย่าง ต้องเข้าห้องแลป ศึกษาดูผลของยาต่างๆ ที่เรียนมาถึงเข้าใจกับมัน เพราะว่าให้เราเชื่อสิ่งทุกอย่างระบบการเรียนในหนังสือ ไม่ได้ ต้องให้เด็กเผชิญกับของจริง และคะแนนสำหรับผม ผมมองคะแนนแค่เป็นตัวทดสอบเท่านั้น เราจะได้คะแนนเท่าไหร่ จะคะแนนแย่ คะแนนต่ำไม่ใช่เรื่องน่าอาย

การเรียน เราต้องซึมซับ อ่านทีละบท มีความเข้าใจเก็บไปเรื่อยๆ แล้วก็สำคัญคืออย่าไปเครียดอย่าไป stressed. เครียดมาก ต้องเคร่งเครียดมากกับการทำข้อสอบ ซึ่งผมไม่เข้าใจว่าเราจะเครียดไปทำไม เพราะการเรียนรู้เป็นการเพิ่มพูนปัญญาเราควรจะสนุกกับการเรียนเราควรที่จะอยากเรียนกับมันไม่ใช่ต่อต้าน เราควรจะเรียนในสิ่งที่เราชอบไม่ว่าจะเป็นทั้งสายสามัญหรือ วิทย์-คณิต สถาปัตย์ ถ้าเรามั่นใจว่าเราพร้อมอยู่กับมันได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่ อย่าเพิ่มความกดดันให้กับเด็กๆ เพราะว่าพ่อแม่มีความคิดว่าลูกจะต้องเป็นวิศวกร เป็นหมอ เป็นแพทย์ เป็นครู เด็กๆจะไม่สนุกกับการเรียน หลักเลยคือเมื่อก่อนตัวเองก็เคยเป็นเหมือนกันกลัวความผิดหวังว่าจะได้รับความกดดันจากคนอื่น แต่ว่าโตขึ้นก็ไม่คิดตอนนี้คือผู้รับผลประโยชน์ก็คือตัวเราเอง ไม่เกี่ยวคนอื่นเลยเราก็ไม่เข้าใจว่าเราจะให้เขาคาดหวังหรือผิดหวัง และเราจะไปกังวลอะไร

ทุกคนอยากมีสิ่งที่ตัวเองชอบในใจอยู่แล้ว ความกล้าแสดงออก ก็เห็นว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่ไม่ดูดีในสายตาผู้ใหญ่แต่สำหรับเราเชื่อมั่นว่าเราชอบอะไรเราอยากทำอะไรแล้วตั้งใจกับอะไร ขอแค่มีความตั้งใจที่จะพยายามแล้ว มันอาจไม่สำเร็จเพียงข้ามคืนอย่างน้อยทำทีละหน่อยเพิ่มทีละนิด สักวันหนึ่งความสำเร็จ

ะมาเอง

แต่ขอให้ คุณพ่อ คุณแม่ อย่าบังคับเด็ก เด็กในวัยมัธยมปลายเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญมาก การบังคับเค้าเหมือนตั้งกรอบไม่ให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ให้เขาเลือกทางเดินเอง เขาจะได้ไม่คิดว่า ชีวิตนี้จะไม่สามารถคิดเองได้จะให้พ่อแม่คิดให้ตลอดมันจะผลเสียร้ายแรงในอนาคตที่มีชีวิตมหาวิทยาลัย

ที่สำคัญอยากให้แนะนำว่าคุณพ่อคุณแม่เป็นโค้ช ผลักดันส่งเสริม ก็ดีที่สุดแล้ว ทุกอย่างไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นไม่ดีแต่อาจไม่ดีในสายตาคนอื่น และเรามั่นใจว่าสิ่งนั้นให้เด็กเขาโชว์ให้เห็นไปได้ ยิ่งต้องสนับสนุนเขา ลูกๆ ของหลายคน อาจไม่ได้เรียนสถาปัตย์ วิศวะเครื่องกล ในสายตาพ่อแม่อาจจะมองว่าไม่เจ๋ง

แต่สำหรับผม เขาเห็นว่าเต็มที่เลยให้มันสุดๆไปเลย ยกตัวอย่างน้องผม ไม่ชอบวิทยาศาสตร์ แต่เขาชอบมาทางภาษา ผมก็บอกน้องว่า อ่านและเรียนให้สุดไปเลย

ด้านคุณพ่อบวรณ์ บริบูรณ์ คุณพ่อน้องธิปก เปิดเผยว่าครอบครัวของเรา พื้นเพเป็นคนสบปราบจังหวัดลำปาง ตนเองมีอาชีพวิศวกร มีภรรยาเป็นพยาบาล เริ่มต้นเมื่อ14ปี ที่แล้ว เราทราบมาว่าจะมี ร.ร.นานาชาติ เกิดขึ้นที่ลำปาง โดยทราบมาจากเพื่อนจากหนังสือพิมพ์แต่เรายังไม่ทราบว่าอยู่ตรงไหน แต่ก็พยายามหาข้อมูลที่โรงเรียนนานาชาตินวัตภูมิ

ในสมัยนั้นเราจึงเข้าไปดูศึกษาและไปพบกับคุณครูโดยมีคุณครูได้ให้การต้อนรับและอธิบายในระบบการเรียนการสอนว่า ทางโรงเรียน เรียยในระบบภาษาอังกฤษ จึงให้ความสนใจ เพราะ จากที่ ตนเองทำงานต้องพบชาวต่างชาติจึงรู้ว่าภาษาเป็นสิ่งสำคัญในจึงย้ายจากสบปราบ พาธิปกเข้า ศึกษาที่โรงเรียนตั้งแต่ 2 ขวบ 8 เดือน ธิปก ยังไม่มีพื้นฐานที่จะช่วยเหลือตัวเองได้แต่ทางโรงเรียนฯ ได้ช่วยเหลือสอน จนพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ธิปก เรียนตั้งแต่อนุบาลถึงประถมศึกษา และครอบครัวได้เห็นพัฒนาการในด้านการศึกษาเฉพาะในวิชาการจัดการเรื่อง Mindset มีวิธีคิดการพัฒนาการแสดงออก ทางการศึกษา จึงมั่นใจมากขึ้น

ในการเปรียบเทียบเรื่องของเด็กที่เรียนเก่งในด้านวิชาการหากเปรียบเทียบกันอาจจะไม่เห็นชัดนัก แต่ในเรื่องของวิธีคิดที่ดี มีความคิดค้นหาตัวเองได้ เป็นสิ่งที่ทางครอบครัวรู้สึกว่ามันใช่มันตอบโจทย์ในสิ่งที่เราจะส่งเสริมลูก ในเรื่องการศึกษาในอนาคตได้

ตอนแรกนั้นเรายังไม่พบและไม่รู้ว่าลูก ต้องการอะไร ยังไม่ค้นพบว่าตัวเอง ต้องการที่จะมีเป้าหมายทำอะไรในอนาคต

ครั้งหนึ่งที่โรงเรียนได้จัดนิทรรศการเรื่องการศึกษาและมีบูธจากมหาวิทยาลัยนานาชาติ จากหลายๆแห่ง เราจึงศึกษาข้อมูลและเตรียมวางฐานให้ลูก

และ ธิปก ให้ความสนใจ เข้าใจ สนุกกับการเรียนการสอนและไปต่อได้ เรามีความมั่นใจโรงเรียนนานาชาติอังกฤษแห่งภาคเหนือจังหวัดลำปาง มาก ค่าเรียนไม่สูงถ้าเทียบกับโรงเรียนนานาชาติฯ จากที่อื่นๆ มุ่งเน้นการศึกษาให้เด็กอย่างเต็มที่ โรงเรียนอาจตกแต่งสถานที่สวยงาม และรับเด็กเข้าเรียนมาก การเรียนการสอนไม่เจาะลึก จะทำให้โอกาสของเด็กน้อยลง มั่นใจว่าเรียนที่นี่ดีที่สุดแล้ว

และที่น่าสนใจคือโรงเรียนในต่างประเทศเขารับเด็กจากศักยภาพของเด็กและเกณฑ์คะแนนของคณะนั้นๆ เช่น วิชานี้หากได้ 65 คะแนน คุณก็ผ่านเรียนได้ ไม่เหมือนกับเรียนสายสามัญของระบบภาษาไทย จะวัดคะแนนจากผู้สอบสูงสุดถึงไดเรียนต่อ

การเรียนของระบบอังกฤษจะเรียนแบบเจาะลึกในรายวิชานั้นๆ อย่างชัดเจนและต้องเข้าใจ ไม่เรียนรวมหลายวิชา

แล้วต้องรู้จักการรอคอยถึงแม้ว่าจะรอ จะได้เก็บผลสำเร็จที่ดี เราต้องใช้เวลาเข้าใจหลักสูตร ถึงเวลาหนึ่งที่เด็กเข้าใจและพร้อม เขาก็จะทำจริงแล้วเขาจะสนใจเอง เราต้องรู้จักรอคอย เราค่อยส่งผลักดันเขาส่งเสริมเขา ต้องเป็นคนให้แนวคิด เสนอแนวคิดและแสดงความคิดเห็นเรื่องต่างๆ

ตำรวจ หมอ พยาบาล อาชีพอะไร อาชีพไหนดี เราแนะแนว แต่ให้ลูกได้ไปศึกษาค้นพบและพบเจอเอง เราเพียงให้แนวทางว่าอาชีพนั้น ต้องทำอย่างไรเตรียมตัวอย่างไรและผลเป็นอย่างไรในอนาคต เราพ่อแม่ เป็นโค้ชให้เขา ส่งเสริมเขาให้ถึงที่สุด ก็เพียงพอแล้ว

ด้านคุณแม่อุษา บริบูรณ์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ ธิปก เด็กๆ จนถึงป. 6 คุณแม่จะดูแลเรื่องการสอนการบ้าน เป็น Basic เลยคือ สอนการบ้าน และค่อนข้างจะเข้มงวดด้วย แต่ว่าได้รับการตอบรับผลการเรียนจาก ธิปก ไม่ดี คุณแม่ก็เครียด น้องก็ไม่มีความสุข ซึ่งการเรียนการสอน ต้องให้เด็กเขาความสนใจเอง เราจะบังคับไม่ได้ผล เพราะฉะนั้นตั้งแต่เด็กสังเกตว่าเกรด น้อง จะทำเกรด D ไม่เก่งเลย น้องเรียนไม่เข้าใจเรียนไม่ได้เลย

แต่เมื่อลูกจะขึ้น ม.1 คุณแม่ มีแนวคิดว่าไม่เข้มงวดและปล่อยให้เขารับผิดชอบเรื่องการเรียนด้วยตัวเอง

หลังจากนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงจากที่ได้เกรด D. ที่ ท้ายสุดของห้อง กลับเรียนดี ได้TOP. ของห้อง

ยิ่งได้ฟังแนวคิดของน้อง เราคุยกันไว้ คือชีวิตเขาไม่มีเพดานเขาจะไปให้สุด ไม่ได้เรียนจบ และทำงานเพื่อช่วยเหลือคนในโรงพยาบาลเท่านั้น ลูกมีแนวคิดที่จะประดิษฐ์ สิ่งประดิษฐ์ทางการแพทย์ อย่างน้อยหนึ่งอย่าง ความคิดนี้เป็นความตั้งใจความไฝ่ฝัน หรืออาจจะไม่ไปถึงตรงนั้น เราก็พร้อมส่งเสริมเขา

แต่เป็นความคิดของเขาเป็นแพทย์ที่ประดิษฐ์นวัตกรรมด้านการแพทย์ ซึ่งจะต้องมีการเรียนต่อโท เอก ซึ่งเป้าหมายเขา ไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมัน

ฝากบอก ผู้ปกครองว่าโรงเรียนนานาชาติอังกฤษแห่งภาคเหนือจังหวัดลำปาง ที่เรามั่นใจมาตลอด ซึ่งมีเรื่องการเปรียบเทียบระหว่างการเรียนนานาชาติฯ กับโรงเรียนในระบบสามัญภาษาไทย ความเข้มข้นไม่