ชายวัย 53 ปี แจ้งเหตุเท็จ อ้างพี่ชายหมดสติในท่อระบายน้ำ วุ่นกู้ภัย–ตำรวจระดมกำลังกลางดึก เสียเวลานานเกือบชั่วโมง

ลำปาง – เกิดเหตุวุ่นกลางดึก หลังชายวัยประมาณ 53 ปี โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัย อ้างว่าพี่ชายอายุราว 70 ปี มุดเข้าไปในท่อระบายน้ำใต้ถนนและหมดสติอยู่ภายใน ทำให้เจ้าหน้าที่หลายหน่วยต้องระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ก่อนจะพบว่าเป็นการแจ้งเหตุเท็จ สร้างความเสียเวลาและกระทบต่อภารกิจช่วยเหลืออื่นอย่างมาก

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. วันที่ 4 มกราคม 2568 เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยต้นธงชัยลำปาง ทีมงานจิตอาสา วัดเวฬุวนาราม เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างลำปาง ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง รวมถึงผู้นำชุมชน รวมกว่า 15 นาย ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือด่วน จึงรุดไปตรวจสอบบริเวณท่อระบายน้ำใต้ถนนสายลำปาง–แจ้ห่ม บริเวณกำแพงเมือง ชุมชนประตูม้า เขตเทศบาลนครลำปาง ใกล้สุสานไตรลักษณ์

ผู้แจ้งเหตุให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า พี่ชายของตนได้มุดลงไปในท่อระบายน้ำใต้ถนนและติดอยู่ภายในเป็นเวลานานจนหมดสติ ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเร่งช่วยเหลือด่วน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายถึงชีวิต
หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ได้เตรียมอุปกรณ์ช่วยชีวิตอย่างครบครัน ทั้งถังออกซิเจน เชือก ไฟส่องสว่าง และจัดกำลังเจ้าหน้าที่หลายสิบนาย เข้าทำการค้นหาทั้งภายในท่อระบายน้ำและพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด ท่ามกลางความกังวลว่าจะมีผู้ประสบเหตุจริง

อย่างไรก็ตาม หลังจากใช้เวลาตรวจสอบนานเกือบ 50 นาที ไม่พบร่องรอยของผู้ที่ถูกอ้างว่าติดอยู่ภายในท่อแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงหันมาสอบถามชายผู้แจ้งเหตุอีกครั้ง พบว่ามีลักษณะพูดจาสับสน วกวน คล้ายคนหลงลืม และให้ข้อมูลไม่ตรงกัน

จากการตรวจสอบประวัติเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่พบว่า ชายรายนี้เคยโทรแจ้งเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง ทำให้เชื่อว่าเป็นการแจ้งเหตุเท็จ ไม่ได้มีผู้ประสบภัยจริง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องยุติการค้นหา และเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดกลับฐานปฏิบัติการ

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียเวลาและความยุ่งยากแก่เจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องใช้กำลังคนและทรัพยากรจำนวนมาก ซึ่งอาจกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน
เจ้าหน้าที่จึงฝากเตือนไปถึงญาติของชายรายดังกล่าว ให้ช่วยดูแลและควบคุมอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดการแจ้งเหตุซ้ำซาก พร้อมระบุว่า อาจพิจารณาเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายฐานแจ้งความเท็จ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก และไม่ให้เป็นภาระต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ในอนาคต.