เจ้าอาวาสหนักใจไฟไหม้ป่าดอยม่วงคำเชื่อชาวบ้านเผาป่าเอาผักหวาน

 

ลำปาง – ไฟป่าลุกไหม้บริเวณ วัดพระธาตุดอยม่วงคำ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดลำปาง ตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ หลังพบจุดไฟไหม้หลายจุดบนดอย คาดพื้นที่ป่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 60 ไร่


เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. คืนวันที่ 9 มีนาคม 2569 โดย นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์. ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง
ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดดับไฟป่ากว่า 30 นาย พร้อมรถดับเพลิง เครื่องเป่าลม และอุปกรณ์ควบคุมไฟ เข้าพื้นที่ดอยม่วงคำ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่าง อำเภอเมืองลำปาง และ อำเภอแม่ทะ เพื่อเร่งควบคุมเพลิงที่กำลังลุกลาม

ล่าสุด 08.00 น จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บริเวณดอยม่วงคำเกิดไฟป่าประมาณ 5 จุดใหญ่ เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าเข้าพื้นที่เพื่อดับไฟและทำแนวกันไฟ ป้องกันไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้าง โดยภาพมุมสูงจากโดรนของผู้สื่อข่าวพบว่าไฟไหม้ บนดอย กลุ่มคัวนไฟโพยพุ่ง ล่าสุดยังคงเหลือไฟอีกประมาณ 1–2 จุด ที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเข้าควบคุมอย่างต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับพระเจ้าอาวาสของวัด คือท่านพระอธิการ ทินพันธ์ อายุ 62ปี ซึ่งพาเดินสำรวจร่องรอยความเสียหายรอบดอย พบว่าพื้นที่ป่าหลายจุดถูกไฟไหม้และบางจุดไฟได้ลุกลามข้ามฝั่งถนนไปยังพื้นที่อีกด้านหนึ่งของดอย

เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุของไฟป่าครั้งนี้ อาจเกิดจากชาวบ้านบางส่วนที่เข้าไปจุดไฟในป่าเพื่อหาของป่า โดยเฉพาะการเผาหายอดและต้น ผักหวาน เนื่องจากพื้นที่รอบวัดมีต้นผักหวานขึ้นจำนวนมาก และช่วงนี้กำลังแตกใบอ่อน ซึ่งชาวบ้านนิยมเก็บไปประกอบอาหาร เช่น แกงผักหวานใส่ไข่มดแดง

พระเจ้าอาวาสเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ ทาง ผวจ ลำปาง และทาง จังหวัดได้สั่งการให้ตั้งด่ านบริเวณปากทางเข้าวัดเพื่อป้องกันการลักลอบเข้าไปเผาป่า แต่ยังมีบางคนแอบเข้าไปในช่วงกลางดึกจนทำให้เกิดไฟป่าขยายวงกว้าง อีกทั้งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เคยเกิดไฟป่าบริเวณดอยแห่งนี้มาแล้วหลายครั้ง และครั้งหนึ่งยังลุกลามไปไหม้ศาลาที่พักบนยอดดอยได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ พระเจ้าอาวาสยังได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่เดินขึ้นดอยเข้าไปช่วยดับไฟด้วยตนเอง พร้อมพาผู้สื่อข่าวดูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายและต้นผักหวานที่กำลังแตกใบอ่อนจำนวนมากในบริเวณป่า
อย่างไรก็ตาม ทางผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งระดมกำลังควบคุมสถานการณ์ และพยายามดับไฟป่าที่เหลือให้ได้ทั้งหมดภายในวันนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติมต่อพื้นที่ป่าและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด.