“พ่อดุ๊กร่ำไห้เปิดโลงใส่ของเล่นลูกครั้งสุดท้าย เผยลางสังหรณ์ ‘น้องเติมฝัน’ พูดบอกรักพ่อแม่ไม่หยุด

บรรยากาศภายในวัดศรีเกิด อำเภอเมืองลำปาง เต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลังครอบครัวนำร่างของ “น้องเติมฝัน” เด็กชายวัย 2 ขวบ มาตั้งบำเพ็ญกุศลศพ ภายหลังตกเป็นเหยื่ออุบัติเหตุสลด จากกรณีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านวัย 57 ปี ขับรถกระบะในสภาพมึนเมาพุ่งชนรถหลายคัน ส่งผลให้น้องเติมฝันเสียชีวิต ขณะที่มารดาได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาหักและยังคงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล
 
ผู้สื่อข่าวได้พบกับ “พ่อดุ๊ก” บิดาของน้องเติมฝัน ซึ่งยังคงอยู่ในอาการเศร้าโศกอย่างหนัก โดยภายในงานศพมีการนำของเล่น ตุ๊กตา หมอนใบโปรด รถจักรยานสามล้อ และภาพถ่ายของน้องเติมฝันมาตกแต่งบริเวณหน้าโลงศพ เพื่อเป็นการส่งลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย
ช่วงหนึ่งของพิธี พ่อดุ๊กได้จุดธูปบอกกล่าวลูกชาย ก่อนเปิดฝาโลงเย็นเพื่อนำตุ๊กตาหมีและของเล่นชิ้นโปรดใส่ลงไป พร้อมยืนมองร่างไร้วิญญาณของลูกด้วยน้ำตาคลอเบ้า ท่ามกลางเสียงสะอื้นของญาติพี่น้องที่เดินเข้ามาแสดงความอาลัย หลายคนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อเห็นร่างของเด็กน้อยนอนสงบนิ่งราวกับกำลังหลับ
บริเวณหน้าโลงศพยังมีภาพถ่ายของน้องเติมฝัน พร้อมรอยพิมพ์ฝ่ามือและฝ่าเท้าของเด็กน้อยเก็บไว้เป็นความทรงจำ โดยใต้กรอบภาพมีชื่อ “ดุ๊ก” และ “เมย์” ผู้เป็นพ่อและแม่ ติดไว้เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักของครอบครัวที่มีต่อลูกชายเพียงคนเดียว

พ่อดุ๊กเปิดใจทั้งน้ำตาว่า กว่าจะมีน้องเติมฝันได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากตนมีอายุมาก ปัจจุบันอายุ 57 ปี จึงตัดสินใจเลิกเหล้าและเลิกบุหรี่มานานกว่า 3 ปี เพื่อดูแลสุขภาพให้แข็งแรงพอที่จะมีบุตร ขณะที่ภรรยาก็พยายามบำรุงร่างกายและรักษาตัวอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งน้องเติมฝันถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567
“กว่าผมจะมีลูกคนนี้ได้ยากมาก ผมเลิกเหล้า เลิกบุหรี่มาหลายปี ภรรยาก็บำรุงร่างกายทุกอย่าง ตั้งใจมากจนมีน้องเติมฝันเกิดมา”
 
น้องเติมฝันเพิ่งมีอายุครบ 2 ขวบ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา หรือเพียง 2 ขวบกับอีกประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้น ก่อนจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ
สิ่งที่ยิ่งทำให้หัวใจของผู้เป็นพ่อแตกสลาย คือช่วงสัปดาห์ก่อนเกิดเหตุ ลูกชายเริ่มพูดได้มากขึ้น และมักพูดคำว่า “รักพ่อ รักแม่” อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะคำว่า “รักแม่เมย์” ที่น้องเติมฝันพูดซ้ำแทบทุกวัน จนกลายเป็นความทรงจำสุดท้ายที่ยังคงก้องอยู่ในหัวใจของครอบครัว
“อาทิตย์ที่ผ่านมา น้องพูดมากผิดปกติเลย ตื่นมาก็กอดแม่ แล้วก็บอกรักแม่เมย์ตลอด ฮักแม่เมย์มาก ฮักป้อมาก ตอนนั้นก็ไม่ได้เอะใจอะไร แต่พอมานึกย้อนกลับไป เหมือนลูกจะมีลางอะไรบางอย่าง”
พ่อดุ๊กยังยอมรับว่า ก่อนเกิดเหตุไม่นาน ตนเองมีความรู้สึกคล้ายลางสังหรณ์บางอย่าง แต่ไม่คิดว่าจะต้องสูญเสียลูกชายอันเป็นที่รักอย่างกะทันหันเช่นนี้
สำหรับวันเกิดเหตุ พ่อดุ๊กเล่าว่า ได้นำรถยนต์ไปซ่อมที่อู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ก่อนพาภรรยาและลูกชายไปนั่งรอที่ร้านคาเฟ่ เมื่อรถซ่อมเสร็จ ทั้งสามคนจึงเดินออกมาจากร้าน โดยต่างคนต่างถือน้ำดื่มออกมาคนละแก้ว แต่หลังจากเดินออกมาได้ไม่นาน ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
“ทุกอย่างมันเร็วมาก ผมวิ่งไปดูภรรยาก่อน เห็นยังรู้สึกตัวอยู่ก็โล่งใจ แต่พอหันมาเห็นลูกนอนคว่ำหน้าแน่นิ่งอยู่ ผมตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูกเลย”
แม้ภายนอกจะไม่พบบาดแผลรุนแรง แต่แพทย์แจ้งภายหลังว่าน้องเติมฝันได้รับบาดเจ็บภายในอย่างหนัก ทั้งไส้แตกและตับแตก จนเป็นสาเหตุให้เสียชีวิต
ส่วนผู้ก่อเหตุ พ่อดุ๊กยอมรับว่ายังไม่พร้อมพบหน้าในเวลานี้ แม้จะมีความพยายามติดต่อเข้ามาแล้วก็ตาม
“ตอนนี้ผมยังรับไม่ได้จริง ๆ ลูกผมเสียชีวิต ภรรยาขาหัก ส่วนผมก็รอดมาแบบหวุดหวิด ผมขอเวลาให้ครอบครัวได้ทำใจก่อน ยังไม่พร้อมเจอหน้าใคร”
อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ แต่พ่อดุ๊กยังต้องเป็นผู้จัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ทั้งการแจ้งตาย ติดต่อเอกสาร และรับร่างลูกชายออกจากโรงพยาบาลมาประกอบพิธีทางศาสนา ท่ามกลางความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ครอบครัวยังคงยากจะทำใจยอมรับได้
เรื่องราวของ “น้องเติมฝัน” เด็กชายวัยเพียง 2 ขวบ ที่เพิ่งหัดพูดคำว่า “รักพ่อ รักแม่” ได้ไม่นาน กลายเป็นความสูญเสียที่สะเทือนใจชาวลำปางและผู้ที่ได้รับรู้ข่าวสารเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประโยคบอกรักแม่ซ้ำ ๆ ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของชีวิต ที่วันนี้กลายเป็นคำพูดสุดท้ายซึ่งครอบครัวจะไม่มีวันลืม