รวบไรเดอร์หัวร้อน! ขี่ย้อนศร-ฝ่าไฟแดงกลางเมืองลำปาง สุดท้ายไม่รอด ตำรวจตรวจพบสารเสพติด เตรียมส่งฟ้องศาล

 

ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ติดตามจับกุมไรเดอร์ส่งอาหารที่ปรากฏในคลิปขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรและฝ่าสัญญาณไฟแดง บริเวณสี่แยกป่าขาม เขตเทศบาลนครลำปาง หลังคลิปถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์และสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมเสี่ยงอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน โดยผลตรวจปัสสาวะเบื้องต้นพบสารเสพติด เตรียมดำเนินคดีและส่งฟ้องศาลตามกฎหมาย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เมื่อมีการเผยแพร่คลิปจากกล้องหน้ารถและกล้องติดหมวกกันน็อก ซึ่งบันทึกภาพไรเดอร์ส่งอาหารรายหนึ่ง ขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรและฝ่าสัญญาณไฟแดงบริเวณสี่แยกป่าขาม จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ถึงพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุและสร้างความไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้เส้นทาง

ล่าสุด พ.ต.ท.พรต เศรษฐกร รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองลำปาง พร้อมด้วย พ.ต.ต.นิธิศ อ้วนล่ำ สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองลำปาง ชุดสืบสวน และฝ่ายตำรวจจราจร นำโดย พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ สุริยะมณี รองผู้กำกับการจราจร สภ.เมืองลำปาง และ ร.ต.อ.ธนะชัย ตาเมือง รองสารวัตรจราจร ร่วมกันติดตามตัวผู้ขับขี่ที่ปรากฏในคลิปจนสามารถควบคุมตัวไว้ได้

ผู้ต้องหาทราบชื่อคือ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี มีอาชีพขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันส่งอาหาร โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวพร้อมรถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุได้บริเวณบ้านพักใกล้สี่แยกป่าขาม

จากการสืบสวนพบว่า นายสราวุธเคยมีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนหลายครั้ง โดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เคยถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธมีดข่มขู่หญิงรายหนึ่ง อีกทั้งยังมีพฤติกรรมทำร้ายร่างกายผู้อื่น รวมถึงขับขี่รถจักรยานยนต์ในลักษณะหวาดเสียวและฝ่าฝืนกฎหมายจราจรหลายครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตรวจปัสสาวะมาแล้วหลายครั้ง

ภายหลังการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาเข้าตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ เบื้องต้นผลตรวจพบปัสสาวะเป็นสีม่วง เข้าข่ายมีสารเสพติดในร่างกาย จึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมสอบสวนขยายผล แจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง และส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอน ก่อนเตรียมนำส่งฟ้องศาลต่อไป

ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการขี่ย้อนศร ฝ่าสัญญาณไฟแดง หรือขับขี่โดยประมาท ซึ่งล้วนเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงก่อให้เกิดอุบัติเหตุและอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมย้ำว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจังและเด็ดขาด เพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนแก่ประชาชนทุกคน.