หญิงวัย 66 ปี ชาวเขาเผ่ามูเซอ ในพื้นที่ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง เดินทางไป จ.เชียงใหม่ หลังรู้จักชายรายหนึ่งผ่านเฟซบุ๊ก โดยฝ่ายชายอ้างตัวเป็น “นักบิน” ประจำท่าอากาศยานเชียงใหม่ พร้อมนัดหมายให้มาพบกันที่สนามบิน และอ้างว่าจะนำเครื่องสำอางจากต่างประเทศมาฝาก แต่หลังเดินทางไปถึงกลับไม่พบชายตามนัด ต้องนั่งรออยู่นานหลายชั่วโมง จนเจ้าหน้าที่สนามบินและตำรวจท่องเที่ยวเข้าตรวจสอบ ก่อนช่วยประสานส่งตัวกลับบ้านอย่างปลอดภัย ท่ามกลางความโล่งใจของครอบครัว

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2569 หญิงวัย 66 ปี เดินทางออกจาก อ.วังเหนือ จ.ลำปาง มุ่งหน้าไป จ.เชียงใหม่ เพื่อพบชายชื่อ “ชัย” ซึ่งรู้จักและพูดคุยกันผ่านเฟซบุ๊ก โดยชายคนดังกล่าวอ้างว่าเป็นนักบินประจำอยู่ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และได้นัดหมายให้หญิงรายดังกล่าวเดินทางมาพบ พร้อมบอกว่าจะนำเครื่องสำอางจากต่างประเทศมาให้
หญิงวัย 66 ปี เล่าว่า ด้วยความเชื่อใจหลังพูดคุยกันผ่านเฟซบุ๊ก จึงตัดสินใจเดินทางไปพบชายดังกล่าว โดยนั่งรถโดยสารจาก อ.วังเหนือ ไปลงที่สถานีขนส่งผู้โดยสารเชียงใหม่ ก่อนต่อรถตุ๊กตุ๊กไปยังท่าอากาศยานเชียงใหม่
เมื่อเดินทางไปถึง หญิงรายดังกล่าวได้นั่งรอชายที่นัดหมายไว้ภายในสนามบิน แต่เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงกลับไม่มีวี่แววของชายคนดังกล่าว จนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานเชียงใหม่เกิดความสงสัย และเข้าพูดคุยสอบถามรายละเอียด ก่อนประสานตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่เข้าตรวจสอบ

จากการสอบถามพบว่า หญิงวัย 66 ปี เดินทางมาคนเดียวและกำลังรอพบชายที่รู้จักผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เจ้าหน้าที่จึงเกิดความเป็นห่วงว่าอาจตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางออนไลน์ หรืออาจถูกบุคคลที่ไม่หวังดีนัดหมายให้เดินทางมาพบ จึงให้การช่วยเหลือและประสานจัดการเดินทางกลับภูมิลำเนาในพื้นที่ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง อย่างปลอดภัย
ล่าสุดหญิงวัย 66 ปี เดินทางกลับถึงบ้านแล้ว สร้างความโล่งใจให้กับลูกชาย สามี และชาวบ้านที่ทราบข่าว
นายศักดา ลูกชาย เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจอย่างมากที่แม่กลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย จากนี้จะช่วยตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ รวมถึงบัญชีเฟซบุ๊กและข้อมูลการสนทนาต่าง ๆ เพื่อค้นหาว่าบุคคลที่ติดต่อกับแม่เป็นใคร และมีเจตนาอย่างไร เนื่องจากครอบครัวกังวลว่าแม่อาจตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์
ด้านสามีของหญิงวัย 66 ปี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้สังเกตเห็นภรรยาพูดคุยโทรศัพท์เป็นเวลานานอยู่บ่อยครั้ง กระทั่งล่าสุดภรรยาบอกว่าจะเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใน จ.เชียงใหม่ จึงไม่ได้สงสัยอะไร จนมาทราบภายหลังว่าอาจมีการนัดหมายกับชายที่รู้จักผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นนักบิน

สามีกล่าวด้วยว่า หากภรรยามีเงินหรือทรัพย์สินติดตัวเป็นจำนวนมากกว่านี้ ก็เกรงว่าอาจถูกหลอกให้โอนเงินหรือสูญเสียทรัพย์สินได้ โดยครั้งนี้ทราบว่าภรรยาพกเงินติดตัวไปเพียงประมาณ 1,000 กว่าบาทเท่านั้น จากเหตุการณ์ดังกล่าว ครอบครัวจะเพิ่มความระมัดระวังและดูแลภรรยาอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
เบื้องต้นครอบครัวยังอยู่ระหว่างตรวจสอบโทรศัพท์มือถือและบัญชีเฟซบุ๊กของหญิงวัย 66 ปี เพื่อค้นหาตัวตนของชายที่ติดต่อเข้ามา รวมถึงตรวจสอบรายละเอียดการสนทนาที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าชายที่อ้างตัวเป็นนักบินเป็นมิจฉาชีพจริงหรือไม่ เหตุการณ์ดังกล่าวจึงถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะการพูดคุยกับบุคคลที่ไม่เคยพบตัวจริง ควรตรวจสอบตัวตนและข้อมูลให้รอบคอบก่อนเดินทางไปพบ และควรแจ้งคนในครอบครัวให้ทราบทุกครั้ง เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้น

