ความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุสุดสลดที่เกิดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 บริเวณหน้าที่ทำการไปรษณีย์อำเภอแม่ทะ ตำบลนาครัว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง หลังรถยนต์กระบะพุ่งข้ามเลนชนรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้เด็กหญิงวัย 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนแม่ทะวิทยา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัว เพื่อนนักเรียน และชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก
ในช่วงสายวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังศาลาบำเพ็ญกุศลศพของเด็กหญิงผู้เสียชีวิต พบว่าบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติพี่น้อง เพื่อนนักเรียน คณะครู และประชาชนในพื้นที่ทยอยเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยและให้กำลังใจครอบครัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดประกอบพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569
ในช่วงสายวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังศาลาบำเพ็ญกุศลศพของเด็กหญิงผู้เสียชีวิต พบว่าบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติพี่น้อง เพื่อนนักเรียน คณะครู และประชาชนในพื้นที่ทยอยเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยและให้กำลังใจครอบครัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดประกอบพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569

นางกนกรัตน์ อายุ 63 ปี ผู้เป็นย่า เปิดใจทั้งน้ำตาว่า รักหลานสาวคนนี้เสมือนลูกแท้ ๆ หลานเป็นเด็กนิสัยดี ขยันเรียน มีผลการเรียนเฉลี่ยมากกว่า 3.00 และอาศัยอยู่กับพ่อและคุณย่ามาโดยตลอด หลังจากพ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่ยังเล็ก ทุกคนในครอบครัวต่างฝากความหวังไว้กับหลาน เพราะเชื่อว่าจะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของครอบครัวในอนาคต แต่กลับต้องมาจากไปอย่างไม่มีวันกลับจากอุบัติเหตุครั้งนี้
ย้อนกลับไปในคืนเกิดเหตุ พ.ต.ท.ธีรสุมา พนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ พร้อมเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยแม่ทะ เข้าตรวจสอบบริเวณถนนสายเข้าอำเภอแม่ทะ ช่วงทางโค้งหน้าที่ทำการไปรษณีย์อำเภอแม่ทะ หลังได้รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะชนรถจักรยานยนต์

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะอีซูซุ สีเทา รุ่นเก่า สภาพด้านหน้าพังเสียหาย กันชนหลุด กระจกหน้ารถแตกร้าว ส่วนรถจักรยานยนต์ฮอนด้าของผู้เสียชีวิตพังยับเยิน ชิ้นส่วนกระจัดกระจายทั่วพื้นถนน โดยเด็กหญิงวัย 14 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ท่ามกลางความเสียใจของญาติและผู้พบเห็น ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำร่างส่งชันสูตรตามขั้นตอนกฎหมาย

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ขับรถกระบะเป็นอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอแม่ทะ ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากงานเลี้ยง ก่อนขับรถมุ่งหน้ากลับบ้าน และเกิดเสียหลักข้ามช่องทางเดินรถไปชนรถจักรยานยนต์ของเด็กหญิงอย่างจัง จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต

พนักงานสอบสวนเปิดเผยว่า ผลการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของผู้ขับรถ พบสูงถึง 171 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดอย่างมาก จึงได้แจ้งข้อหา ขับรถในขณะเมาสุรา และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม นางกนกรัตน์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนได้เดินทางมาร่วมงานศพตั้งแต่ช่วงเช้า พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวน 20,000 บาท ให้กับครอบครัว และรับปากว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพทั้งหมด รวมถึงจะจัดหารถจักรยานยนต์คันใหม่ทดแทนรถของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีมูลค่ากว่า 70,000 บาท พร้อมยืนยันว่าจะเยียวยาครอบครัวอย่างเต็มความสามารถ

แม้คู่กรณีจะแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ครอบครัวยืนยันว่า การดำเนินคดีขอให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะที่พนักงานสอบสวนยังคงรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนดำเนินคดีกับผู้ขับรถกระบะตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

