เกิดเหตุสะเทือนใจภายในโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง เมื่อเด็กชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ถูกเพื่อนร่วมชั้นใช้กรรไกรแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเย็บบาดแผลรวม 16 เข็ม ขณะที่ผู้เป็นแม่เข้าแจ้งความกับตำรวจ พร้อมเรียกร้องขอความเป็นธรรม ระบุจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการชี้แจงหรือการแสดงความรับผิดชอบจากผู้ปกครองของคู่กรณี

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางบี (นามสมมติ) อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดลำปาง มารดาของเด็กชายเอ (นามสมมติ) อายุ 10 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง โดยระบุว่าบุตรชายถูกเพื่อนร่วมชั้นใช้กรรไกรแทงจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดช่วงเย็นของวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ภายในห้องเรียนของโรงเรียน

มารดาเล่าว่า หลังเกิดเหตุทั้งครูและนักเรียนต่างตกใจกับเหตุการณ์ เนื่องจากมีเลือดไหลเป็นจำนวนมาก ครูจึงรีบนำตัวลูกชายส่งโรงพยาบาลทันที โดยแพทย์เย็บบาดแผลบริเวณต้นขาและมือ รวมทั้งหมด 16 เข็ม
ด้านเด็กชายผู้ได้รับบาดเจ็บ เล่าทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุภายในห้องเรียนมีการทำกิจกรรมกลุ่ม โดยตนได้รับหน้าที่จดรายชื่อเพื่อนที่พูดคุยเสียงดังบนกระดาน รวมถึงเพื่อนที่ไม่ให้ความร่วมมือในการทำงานกลุ่ม ซึ่งมีชื่อของเด็กคู่กรณีอยู่ด้วย เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เพื่อนไม่พอใจ

เด็กชายอ้างว่า หลังจากนั้นคู่กรณีได้หยิบกรรไกรตัดกระดาษ วิ่งข้ามโต๊ะและเก้าอี้เข้ามา ก่อนใช้กรรไกรแทงเข้าที่ต้นขาหลายครั้ง และแทงเข้าที่มือจนได้รับบาดเจ็บ พร้อมตะโกนข่มขู่ว่า “กูจะฆ่ามึง กูจะฆ่ามึง” ท่ามกลางความตกใจของครูและเพื่อนนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์

ผู้เป็นแม่ยังเปิดเผยว่า ลูกชายเป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียน มีผลงานได้รับเหรียญรางวัลและประกาศนียบัตรจากการแข่งขันหลายรายการ แต่หลังเกิดเหตุได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถลงแข่งขันฟุตบอลตามกำหนดในวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้ลูกชายเสียใจเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ มารดายังระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อหรือการแสดงความรับผิดชอบจากผู้ปกครองของเด็กคู่กรณี รวมทั้งเห็นว่าทางโรงเรียนยังไม่มีการชี้แจงหรือแนวทางเยียวยาที่ชัดเจน จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

เบื้องต้น ผู้เป็นแม่ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองลำปาง เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมทั้งเรียกร้องให้โรงเรียนและผู้เกี่ยวข้องเร่งชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีก
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เกี่ยวข้อง โดยรายละเอียดจากทุกฝ่ายจะต้องได้รับการสอบสวนอย่างเป็นธรรมต่อไป.


