จากกรณีเด็กชายนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง ถูกเพื่อนร่วมชั้นใช้กรรไกรทำร้ายภายในห้องเรียน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 จนได้รับบาดเจ็บต้องเย็บบาดแผลรวม 16 เข็ม และผู้ปกครองได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองลำปาง พร้อมเรียกร้องขอความเป็นธรรม จนกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจนั้น

ล่าสุด คณะผู้บริหารโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง นำโดย ภราดา ดร.วิทยา เทพกอม ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมคณะผู้บริหาร คณะครู นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง และประธานเครือข่ายผู้ปกครอง ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการของเด็กชายเอ (นามสมมติ) อายุ 10 ปี พร้อมเข้าพบแม่บี (นามสมมติ) มารดาของผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยนำกระเช้ามอบให้กำลังใจ กล่าวขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และร่วมพูดคุยหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน

ภายหลังการพูดคุย แม่บีเปิดเผยว่า ต้องการให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันกับเด็กคนอื่นอีกในอนาคต พร้อมเสนอให้โรงเรียนประสานผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุ นำบุตรหลานเข้ารับการตรวจสุขภาพและประเมินด้านพฤติกรรม เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม และลดโอกาสเกิดเหตุซ้ำ

ด้านผู้บริหารโรงเรียนเปิดเผยว่า ผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุยอมรับว่าบุตรหลานกระทำผิดจริง พร้อมยินยอมปฏิบัติตามแนวทางที่โรงเรียนกำหนด และให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาทุกด้าน โดยเด็กคนดังกล่าวศึกษาอยู่ที่โรงเรียนมาตั้งแต่ระดับอนุบาล จนปัจจุบันอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 รวมระยะเวลา 8 ปี ซึ่งโรงเรียนจะดำเนินการตามกระบวนการดูแลนักเรียนและระเบียบของสถานศึกษาต่อไป

แม่บีกล่าวเพิ่มเติมว่า รู้สึกพอใจกับการที่ผู้บริหารโรงเรียนเดินทางมาเยี่ยมด้วยตนเอง พร้อมกล่าวขอโทษอย่างจริงใจ รวมถึงนำเสนอแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม ทำให้ครอบครัวรู้สึกว่าโรงเรียนไม่ได้เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ และทุกฝ่ายสามารถพูดคุยด้วยความเข้าใจ จนได้ข้อสรุปร่วมกัน

ภายหลังจากทุกฝ่ายสามารถตกลงกันได้เป็นที่เรียบร้อย แม่บีและบิดาของเด็กชายเอ เปิดเผยว่า เตรียมเดินทางไปถอนแจ้งความที่ สภ.เมืองลำปาง เพื่อยุติเรื่องในส่วนของคดี หลังจากได้รับการเยียวยาและเห็นถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาจากทุกฝ่าย
นอกจากนี้ โรงเรียนยังรับปากว่าจะทบทวนแนวทางการดูแลนักเรียนภายในห้องเรียน โดยเฉพาะวิธีการมอบหมายให้นักเรียนจดชื่อเพื่อนที่พูดคุยเสียงดังบนกระดาน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างเด็กในวัยเดียวกัน พร้อมหารือกับครูประจำชั้นเพื่อปรับปรุงมาตรการดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก

แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะจบลงด้วยความเข้าใจและการให้อภัยระหว่างทั้งสองครอบครัว แต่ก็ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังพฤติกรรมของเด็ก การสื่อสารระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครอง รวมถึงการสร้างระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งเล็ก ๆ บานปลายเป็นเหตุรุนแรงในอนาคต.

