บุกทลาย “เหมืองขุด Bitcoin” กลางเมืองลำปาง! ลอบดูดไฟหลวงเสียหายนับล้าน รีโมทดับเครื่องหนีทันควัน

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดลำปาง สนธิกำลังตำรวจชุดสืบสวน สภ.เขลางค์นครลำปาง นำหมายค้นเข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์ต้องสงสัย บริเวณใกล้สี่แยกสนามบิน ก่อนถึงตลาดสดสนามบิน ถนนพหลโยธินสายลำปาง–งาว ขาเข้าเมืองลำปาง เขตเทศบาลนครลำปาง ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง หลังตรวจพบความผิดปกติของระบบไฟฟ้าในพื้นที่ และเกิดเหตุสายไฟลัดวงจรบ่อยครั้ง

จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบมีการใช้ไม้ปิดบังบริเวณสายไฟ และลักลอบต่อสายไฟจากระบบไฟฟ้า 3 เฟสเข้าใช้งานภายในอาคารโดยผิดกฎหมาย เบื้องต้นทราบว่าอาคารดังกล่าวมีผู้เช่าเป็นชาวกรุงเทพมหานคร โดยตอนแรกแจ้งกับเจ้าของตึกว่าจะเช่าเพื่อเปิดร้านขายเครื่องฟอกอากาศ

เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าระบุว่า เมื่อตรวจสอบมิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้าน กลับพบว่ามีค่าไฟเพียงหลักร้อยบาทต่อเดือน ทั้งที่ประเมินจากการใช้ไฟจริงแล้วมีการใช้พลังงานจำนวนมหาศาล คาดว่าลักลอบใช้ไฟมาแล้วประมาณ 8 เดือน มูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่าง 2.5–3 ล้านบาท

 

รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่เริ่มเข้าตรวจสอบตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถเข้าภายในอาคารได้ จึงต้องขอหมายค้นจากศาล ก่อนเข้าตรวจสอบอีกครั้งในช่วงเช้าวันนี้

ด้าน พ.ต.อ.ภูชิชย์ ตรียัมปราย ผกก.สภ.เขลางค์นครลำปาง พร้อมกำลังตำรวจ เข้าตรวจค้นภายในอาคาร พบที่บริเวณชั้น 3 ถูกดัดแปลงเป็นห้องปิดทึบอย่างแน่นหนา ภายในพบเครื่องขุด Bitcoin จำนวน 18 เครื่อง พร้อมระบบอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ครบชุด

ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น พบว่ามีการใช้ “รีโมท” สั่งปิดเครื่องทั้งหมดทันที คาดว่าผู้เช่าเฝ้าดูภาพจากกล้องวงจรปิดและติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา ก่อนสั่งปิดระบบเพื่อพยายามทำลายหลักฐาน

ขณะนี้ตำรวจและเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อยู่ระหว่างตรวจสอบความเสียหายย้อนหลัง พร้อมเร่งขยายผลติดตามตัวผู้เช่าและผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เตือนว่า การลักลอบใช้ไฟฟ้าไม่เพียงเป็นความผิดตามกฎหมาย แต่ยังเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรและอัคคีภัย ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อประชาชนและทรัพย์สินของผู้พักอาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย